บทที่ 19 ข้าคิดว่าเจ้าจะใจกล้ากว่านี้เสียอีก

ภายในห้องโถงนิ่งเงียบไปทันที นับจากที่ฟางซินหายป่วย นางมีความคิดเป็นของตนเองไม่น้อย ไม่เกาะติดซูเหยี่ยนจื้อเหมือนเดิมอีกแล้ว ความเปลี่ยนแปลงนี้ คนภายในจวนตระกูลซูล้วนแต่มองออก

“เลี้ยงเจ้าเพียงปากเดียว จะหมดมากสักเพียงใด ต่อไปเจ้าออกเรือน จวนหลังนั้นก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี เรื่องนี้เอาไว้หารือใหม่ในภายหลังเถิด พวกเจ้ากลับไปพักได้แล้ว ข้าเหนื่อยแล้ว”

ฟางซินไม่สะดวกพูดออกมาอีก เมื่อถูกตัดบทเช่นนี้ นางรู้ดีว่าฮูหยินผู้เฒ่าเป็นห่วงเด็กสาวที่ต้องออกไปใช้ชีวิตเพียงลำพัง

หมิงเยว่เข้ามาพูดคุยกับฟางซิน โน้มน้าวให้นางเปลี่ยนใจสองสามคำต่างก็แยกย้ายกลับเรือนพักของตนไป ฟางซินเองก็รีบเดินกลับเรือนพักของนางทันที ถึงแม้ซูเหยี่ยนจื้อมีบางอย่างอยากจะพูดกับนาง

“บ่าวคิดไว้แล้วว่าฮูหยินผู้เฒ่าต้องไม่ยินยอม นางจะปล่อยให้คุณหนูออกไปใช้ชีวิตตัวคนเดียวได้อย่างไร” แม่นมก็คิดเช่นเดียวกับฮูหยินผู้เฒ่า หากกลัวสิ้นเปลืองเงินทองค่าอาหารของตระกูลซู ฟางซินออกในส่วนนี้เองก็ได้

“เอาเถิด ไว้ข้าจะหาหนทางอีกที” พูดบ่อยๆ เข้า หากฮูหยินผู้เฒ่ารำคาญก็คงปล่อยนางไปเอง

ฟางซินไม่มีกะจิตกะใจจะทำสิ่งใด นางจึงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขึ้นเตียงนอนทันที นอนพลิกตัวไปได้เพียงไม่นาน เสียงบางอย่างกระแทกกับขอบหน้าต่าง ทำให้ฟางซินต้องลุกขึ้นไปดู

มือของฟางซินยังไม่ทันได้เปิดผ้าม่านเพื่อดูว่าด้านนอกมีอันใด หน้าต่างก็ถูกเปิดออกเสียแล้ว ฟางซินอ้าปากค้างเตรียมกรีดร้อง แต่เสียงที่คุ้นเคยก็เอ่ยขัดเอาไว้เสียก่อน

“หากเจ้าร้อง สาวใช้เจ้าเห็นเขา เรื่องที่เจ้านัดข้ามาพบในยามวิกาลคงถูกเปิดเผยเสียแล้ว”

ปากที่อ้าออกรีบหุบลงทันที นางถลึงตาใส่เขา ก่อนจะเปิดปากโต้เถียง “ญาติผู้พี่ช่างพูดกลับดำให้เป็นขาวได้ ข้าหรือจะมีปัญญาเรียกท่านมาพบในยามวิกาล แล้วแอบมาราวกับโจรย่องเบาเช่นนี้ มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”

ซูเหยี่ยนจื้อกระโดดเข้ามาด้านใน พร้อมทั้งปิดหน้าต่างลงกลอนเอาไว้ให้อย่างดี “เหตุใดเจ้าต้องคุกเข่าที่จวนกั๋วกงด้วย”

ฟางซินเลิกคิ้วมองเขาอย่างแปลกใจ “มิใช่ว่าท่านต้องการให้เป็นเช่นนี้หรือ ในเมื่อข้าเป็นฝ่ายผิดจริง ก็เพียงยอมรับตามน้ำไปก็เท่านั้น”

“ข้าเคยบอกเจ้าหรือว่าให้คุกเข่ามัวไปทั่ว” เขาสาวเดินเข้ามาใกล้ เสียงกดต่ำที่หลุดออกมาเบาๆ ทำให้ฟางซินอดจะหวาดกลัวไม่ได้

“ที่จวนตระกูลหลี่ก็เป็นท่านที่สั่งให้ข้าคุกเข่าลง หากต้องทำอีกครั้งจะเป็นอันใดไปเล่า หรือว่า...เหตุการณ์ไม่เป็นไปเช่นที่ท่านคิด คนที่เสียหน้ามิใช่ข้าแต่เป็นคุณหนูหลี่แทน” นางเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้

“เรื่องควรจบตั้งแต่ที่จวนตระกูลหลี่แล้ว ในครั้งแรกเจ้าเป็นคนผิดจริง...”

ซูเหยี่ยนจื้อพูดยังไม่ทันจบประโยค ฟางซินก็เอ่ยขัดขึ้นมา “ใช่ มันควรจะจบตั้งแต่ที่จวนตระกูลหลี่ แต่สตรีของท่านไม่ยอมจบอย่างไรเล่า ท่านต้องโง่เขลาเพียงใดถึงมองไม่ออกว่าเป็นนางที่หาเรื่องข้า”

“หลีกให้ห่างจากคุณหนูหลี่เสีย”

“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะไม่โผล่หน้าไปที่ใดที่มีนางอีกเลย ท่านพอใจแล้วหรือยัง หากพอใจแล้วก็กลับไปได้แล้ว”

“เจ้าจะย้ายออกจากตระกูลซู เพื่อหนีหน้าข้า?”

ฟางซินหัวคิ้วกระตุกไม่หยุด “ที่ข้าพูดในห้องโถงล้วนมาจากใจจริง เมื่อก่อนเป็นข้าที่ไม่รู้ความตามติดท่าน แต่ยามนี้ข้ารู้ตัวแล้ว จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีกเจ้าค่ะ” นางก้มหัวให้เขาอย่างขออภัยในเรื่องที่ผ่านมา

“ข้าเองก็อยากจะรู้ว่าเจ้าจะเสแสร้งไปได้ถึงเมื่อไหร่”

ฟางซินเริ่มคันปากอยากจะด่าเขาแล้ว แต่เมื่อสบสายตากับซูเหยี่ยนจื้อ ความคิดแผลงๆ ก็เกิดขึ้น นางเดินเข้าไปใกล้เขา พร้อมทั้งส่งสายตาเย้ายวน ดวงตาดอกท้อคู่งามยามจ้องมองเช่นนี้ชวนให้ผู้คนถูกดึงดูดตกไปสู่หลุมพรางของนางง่ายนัก

“แย่จริง ไม่มีสิ่งใดปิดบังญาติผู้พี่ได้เลย” นางเอื้อมมือไปลูบไล้ใบหน้าของเขา นิ้วมือของฟางซินชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะลูบไล้ต่อ

ใจจริงนางต้องการให้เขานึกรังเกียจที่นางทำตัวไร้ยางอายแล้วรีบออกไปจากห้องนอนของนางเสียที สายตาของซูเหยี่ยนจื้อจ้องมองการกระทำของนางตาไม่กะพริบ เขาเองก็อยากจะรู้ว่านางจะใจกล้าเพียงใด

มืออีกข้างก็ยกวางบนแผงอกของเขาอย่างใจกล้า ก่อนจะลูบไล้เบาๆ ชวนให้ใจคนสั่นสะท้านยิ่งนัก ฟางซินเริ่มจะตื่นตระหนกแล้ว เมื่อไม่เป็นเช่นที่นางคิด เขาไม่หักมือนาง แต่กลับจ้องมองว่านางจะทำเช่นไร

ฟางซินหดมือทั้งสองข้างกลับอย่างใจเสาะ แต่กลับถูกเขารวบเอาไว้ทั้งสองข้าง ใบหน้าที่หล่อเหลาของซูเหยี่ยนจื้อโน้มเข้ามาใกล้เกือบจะติดใบหน้าของนาง จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ยามที่นางคิดว่าเขาจะจุมพิตจึงได้หลับตาลงแน่นด้วยความตื่นกลัว

ซูเหยี่ยนจื้อยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเลื่อนใบหน้าไปใกล้ใบหูของนางแทน “ข้าคิดว่าเจ้าจะใจกล้ากว่านี้เสียอีก เหตุใดถึงหยุดมือเล่า”

ฟางซินพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของเขาอย่างลนลาน แต่มันยิ่งทำให้ซูเหยี่ยนจื้อรวบเอวของนางรั้งเข้ามาหาใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม

“ปล่อย”

“ข้ามาเสนอตัวถึงที่ เจ้ามิคิดจะสนองหน่อยหรือ”

“เสียสติไปแล้วหรือ ปล่อยข้า!!!” นางถลึงตามองเขา พร้อมทั้งดิ้นรนไปด้วย

“หากอยากให้สาวใช้ของเจ้ารีบเข้ามาก็ส่งเสียงให้ดังยิ่งกว่าเดิม เจ้าจะได้แต่งให้ข้าตามที่เจ้าปรารถนา เมื่อครู่เจ้ายังยั่วยวนข้าอยู่เลยมิใช่หรือ เหตุใดถึงได้หวาดกลัวเสียเล่า” เขาจ้องมองใบหน้างามที่กำลังซีดขาวอย่างเยาะเย้ย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป